นายกสภาฯ แจง เทคนิคการแพทย์ค้นหาโรคร้ายให้คนไทยมากว่า 60 ปีแล้ว ไม่ใช่ “อาชีพแปลก”

0
7794

รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวกับ “เมดเทคทูเดย์”วันนี้ (29 ม.ค.)  ถึงกระแสดราม่าเรื่องการพาดหัวข่าวของสื่อที่ระบุว่าเทคนิคการแพทย์เป็น “อาชีพแปลก” ว่า เทคนิคการแพทย์ไม่ใช่อาชีพแปลก เพราะวิชาชีพนี้ทำงานร่วมกับแพทย์-พยาบาล และอยู่เคียงข้างผู้ป่วย และประชาชนมาโดยตลอด เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้ว มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการและการบริการของระบบสุขภาพไทย มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ในด้านการค้นหาสาเหตุของโรคเพื่อการรักษาผู้ป่วย และการประเมินภาวะสุขภาพและการป้องกันโรคต่างๆ แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงการศึกษาวิจัย ค้นหาสาเหตุของโรคภัยที่คุกคามและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคติดเชื้อที่มีการแพร่ระบาดในวงกว้าง นักเทคนิคการแพทย์จะเป็นด่านแรกในการตรวจหาเชื้อโรคเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น  เอดส์ วัณโรค ซาร์ส ไข้หวัดนก และโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวต่อไปว่า งานของนักเทคนิคการแพทย์ มีความหลากหลาย กว้างขวาง ครอบคลุม และเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนตั้งแต่เกิดจนตาย หลายต่อหลายครั้งผลการตรวจวิเคราะห์โดยนักเทคนิคการแพทย์ ได้นำไปสู่การช่วยชีวิตผู้ป่วย ที่กำลังเผชิญกับสภาวะสุขภาพอันร้ายแรง และจำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมและเร่งด่วน ด้วยทีมบุคคลากรสุขภาพ จนถึงการติดตามผลการรักษา และการประเมินภาวะสุขภาพ เป็นการสร้างคุณประโยชน์ต่อทั้งผู้ป่วย และบุคคลในครอบครัว

“ที่ผ่านมา แม้นักเทคนิคการแพทย์ จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถทำหน้าที่ในการไขความลับที่อยู่เบื้องหลังความเจ็บป่วย ค้นหาสาเหตุของการเกิดโรค ด้วยทักษะ และความชำนาญ อันเป็นอัตตลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะวิชาชีพแล้วก็ตาม นักเทคนิคการแพทย์ก็มิได้หยุดนิ่งอยู่เพียงแค่นั้น  หากแต่ยังคงพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของปัญหาสุขภาพ ที่นับวันจะซับซ้อน และเตรียมพร้อม รับมือสังคมผู้สูงวัย ที่จะมีปัญหาความเสื่อมของระบบต่างๆ ในร่างกายเพิ่มขึ้น รวมถึงโรคอุบัติใหม่ และปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพที่กำลังจะเป็นปัญหาในอนาคตด้วย”

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า นักเทคนิคการแพทย์ ได้เข้าไปมีบทบาทเกี่ยวข้องอย่างสำคัญ ในนโยบายการพัฒนาความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และคุ้มครองผู้บริโภค  (Promotion Prevention & Protection) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยทุกกลุ่มวัย การลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ การควบคุมโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ การส่งเสริมและพัฒนาความปลอดภัยด้านอาหาร การคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพ รวมถึงการคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากมลพิษสิ่งแวดล้อม

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน วิชาชีพเทคนิคการแพทย์กำลังมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับความรู้ทางวิชาการ และ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความเจริญก้าวหน้าขึ้น โดยเฉพาะความก้าวหน้าด้านการศึกษาพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีการหารหัสพันธุกรรม ทำให้สามารถถอดรหัสพันธุกรรมของจีโนมมนุษย์ได้ ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่เหมาะสม ข้อมูลพันธุกรรมมนุษย์เหล่านี้ ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อประกอบการวินิจฉัย ป้องกันการเกิดโรคและรักษาโรค ช่วยให้รักษาผู้ป่วยได้อย่างจำเพาะและเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย อันเป็นแนวทางการรักษาแบบการแพทย์แม่นยำ (Precission Medicine) ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับการดูแลสุขภาพ และเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบสาธารณสุขครั้งใหญ่ของประเทศ

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here