สมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ ระดมเทคนิคการแพทย์จิตอาสา ปูพรมค้นหาผู้ป่วย COVID-19 ถึงชุมชน

0
1083

เช้าวันนี้ (15 เม.ย.) ที่สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นพ.สำเริง แหยงกระโทก ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการค้นหาผู้ป่วย COVID-19 เชิงรุก (Active case finding) ที่สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ร่วมกับสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, สปคม. และกรุงเทพมหานคร จัดขึ้น เพื่อค้นหาผู้ป่วย COVID-19 ด้วยการตรวจคัดกรอง และแยกคนติดเชื้อกับคนไม่ติดเชื้อออกจากกันอย่างรวดเร็ว ทันการณ์ ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ซึ่งภายหลังเปิดตัวโครงการแล้ว สมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ ได้นำนักเทคนิคการแพทย์จิตอาสาออกเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูก (Nasopharyngeal Swab) ในพื้นที่ชุมชนเขตบางเขนและคลองเตย กรุงเทพมหานคร และนำส่งตรวจโดยวิธี RT-PCR ที่ สปคม.

ดร.ทนพญ.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า วิกฤติ COVID-19 ครั้งนี้ สร้างความเสียหายมหาศาล ทุกระบบบนโลกต้องหยุดนิ่ง โดยยังไม่รู้จะเริ่มเดินอีกครั้งเมื่อไหร่ นักเทคนิคการแพทย์ที่เคยเป็นนักรบนิรนามทำงานตรวจวินิจฉัยเชื้อโรคอยู่แต่ในห้องปฏิบัติการ จึงต้องออกมาช่วยเป็นทัพหน้าอาสาสู้ศึกในการตรวจวินิจฉัยเชิงรุก ด้วยการสืบค้นคนติดเชื้อถึงชุมชนเพื่อหยุดการระบาดในครั้งนี้

“ที่ผ่านมา นักเทคนิคการแพทย์ ทำหน้าที่ตรวจเชื้อโคโรน่าไวรัสในห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากที่สุดอาชีพหนึ่ง วันนี้ เราเห็นหมอ พยาบาล เริ่มล้าเพราะสู้ศึกมานาน สมาคมฯ จึงระดม นักเทคนิคการแพทย์อาสา มาช่วยทีมหมอและพยาบาล ออกตลุยเก็บ Nasopharyngeal swab และส่งตรวจคัดกรองให้มากและเร็วที่สุด” นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ กล่าว

นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ กล่าวต่อว่า เป้าหมายอันดับแรก คือ ค้นหาคนติดเชื้อ เพื่อหยุดการระบาดให้ได้และเร็วที่สุดก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเชื้อมีโอกาสแพร่กะจายได้ง่ายกว่าฤดูร้อน เป้าหมายถัดไปคือ ค้นหาคนติดเชื้อกับคนไม่ติดเชื้อ เพื่อแยกคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกัน คนติดเชื้อก็แยกไปรักษา ดูแลอย่างดีให้หาย เพื่อมาขับเคลื่อนระบบต่างๆของประเทศโดยไม่ต้องกลัวจะติดเชื้ออีก ส่วนคนที่ไม่ติดเชื้อ รัฐจะได้ปลด lock down ให้ออกมาทำงานได้ตามปกติต่อไป เพราะการหยุดและกักตัวอยู่แต่ในบ้าน ไปแบบนี้เรื่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศได้

นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีนักเทคนิคการแพทย์จิตอาสาในโครงการดังกล่าวจำนวน 140 คน สามารถปฏิบัติงานลงพื้นที่เก็บตัวอย่างแบบปูพรมได้ เมื่อเก็บตัวอย่างได้แล้ว จะส่งให้นักเทคนิคการแพทย์อีกกลุ่มหนึ่งที่ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการที่ สปคม. ทำหน้าที่ตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อทางห้องปฏิบัติการต่อไป ทั้งนี้ สมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการหยุดเชื้อ COVID 19 เพื่อให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติในระยะเวลาอันสั้นนี้ให้ได้

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here