นายกสภาฯ ปาฐกถา “เทคนิคการแพทย์บนเส้นทางจีโนมิกส์ บทบาทใหม่ที่ท้าทาย”

0
296

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวปาฐกถาเรื่อง “เทคนิคการแพทย์ บนเส้นทางจีโนมิกส์ บทบาทใหม่ที่ท้าทาย” ในการอบรมฟื้นฟูวิชาการเทคนิคการแพทย์ประจำปี มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยาจัดขึ้น ณ โรงแรมเซนทาราดวงตะวัน จ.เชียงใหม่ ว่า ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ประเทศไทยจะต้องสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านบริการการแพทย์ด้วยนวัตกรรมของไทย เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการการแพทย์ที่จะเพิ่มมากขึ้นจากสังคมสูงอายุ ทั้งจากในและต่างประเทศ เพื่อไปสู่การเป็นผู้นำบริการการแพทย์ที่ครบวงจร โดยนำการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics Medicine ) มาใช้ ทั้งนี้เพราะปัจจัยความเสี่ยงในการเจ็บป่วยของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน  การรักษาแบบเดิมไม่ตอบสนองต่อผู้ป่วยบางส่วน จำเป็นต้องใช้การดูแลรักษาที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น การนำปัจจัยทางด้านพันธุกรรม (genes) การใช้ชีวิต (lifestyle) และสิ่งแวดล้อม (environment) ของผู้ป่วยมาประกอบ เพื่อวินิจฉัย วางแผนการรักษา รวมถึงป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  จะมีความจำเพาะและแม่นยำในแต่ละบุคคลมากกว่า

รศ.ยุพา กล่าวต่อไปว่า การแพทย์จีโนมิกส์ ใช้ข้อมูลทางด้านพันธุกรรม (Gene) เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักเพื่อวินิจฉัย วางแผนการรักษา และป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เทคนิคการแพทย์ จึงมีบทบาทสำคัญในการศึกษาข้อมูลด้านพันธุกรรมทางห้องปฏิบัติการ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ อาทิเช่น การหาความผิดปกติของยีนทุกยีนบนสาย DNA โดยใช้เทคโนโลยี Next Generation Sequencing,  การตรวจข้อมูลทางพันธุกรรมของก้อนมะเร็งเพื่อค้นหาว่ามีการทำงานของเซลล์ที่ผิดปกติอย่างไร ทำให้แพทย์เลือกยาเพื่อเข้าไปยับยั้งหรือเปลี่ยนแปลง การทำงานของเซลล์ที่ผิดปกตินั้นได้อย่างจำเพาะ มีประสิทธิภาพ (Targeted    Therapy), การศึกษาความเสี่ยงทางด้านพันธุกรรมในกลุ่ม Non-communicable diseases ร่วมกับการดำรงชีวิต สิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาสู่การส่งเสริมสุขภาพ ปรับวิถีชีวิต ป้องกันการเกิดโรค หรือลดความรุนแรง, การตรวจหา Genomes ของเชื้อจุลชีพและผู้ป่วยในกลุ่ม Infectious diseases จะช่วยให้การตรวจหาเชื้อก่อโรค และการรักษา เป็นไปอย่างรวดเร็วและจำเพาะยิ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลพันธุกรรมที่ได้ เป็นประโยชน์ในการศึกษาวิเคราะห์ด้านระบาดวิทยา, การตรวจก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อคัดกรองค้นหาความผิดปกติของยีนด้อย ที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม  และการศึกษาทางพันธุกรรมที่มีความเสี่ยงต่ออาการไม่พึงประสงค์ หรือการตอบสนองต่อยา เป็นต้น จึงถือเป็นบทบาทใหม่ที่ท้าทายเทคนิคการแพทย์อย่างยิ่ง

รศ.ยุพา กล่าวต่อไปอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการเปิดให้บริการตรวจยีนที่สัมพันธ์กับเภสัชพันธุศาสตร์ ที่เสี่ยงต่อการแพ้ยาบางชนิดบ้างแล้ว เช่น การตรวจยีนแพ้ยากันชัก ยารักษาโรคเก๊าท์ การตรวจยีนเพื่อเลือกยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง ทั้งนี้ ตามแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย มีแนวโน้มที่เปิดให้บริการตรวจยีนมะเร็งแบบถ่ายทอดทางพันธุกรรม การตรวจหาความเสี่ยงเป็นดาวน์ซินโดรมจากเลือดแม่  การตรวจพันธุกรรมเชื้อวัณโรคเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา และการตรวจยีนเพื่อป้องกันการแพ้ยาวัณโรค ครอบคลุมทั่วประเทศในอีก 1-3 ปี และภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีการตรวจยีนธาลัสซีเมียโดยใช้การถอดรหัสพันธุกรรม การตรวจยีนเภสัชพันธุศาสตร์ทั้งหมดในคราวเดียวกัน รวมทั้งมีการจัดทำฐานข้อมูลพันธุกรรมอ้างอิงของไทยที่มีข้อมูลจีโนมคนไทยด้วย ซึ่งเทคนิคการแพทย์จะต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับแผนการเปิดให้บริการการตรวจทางพันธุศาสตร์แบบครอบคลุมทั้งประเทศด้วย โดยกระทรวงสาธารณสุขจะใช้บุคลากรทางการแพทย์รองรับการเปิดบริการตรวจดังกล่าวใน 4 กลุ่มคือ (1) แพทย์ด้านเวชพันธุศาสตร์ (2) ผู้ให้คำปรึกษาด้านพันธุศาสตร์  (3) นักชีวสารสนเทศ นักระบาดวิทยาพันธุศาสตร์ และ (4) สหวิชาชีพด้านพันธุศาสตร์ ชีววิทยาระดับโมเลกุล และพยาธิวิทยาระดับโมเลกุล ซึ่งคาดหวังตำแหน่งงานทั้งหมด 794 ตำแหน่ง

รศ.ยุพา ได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของสภาเทคนิคการแพทย์ในเรื่องนี้ด้วยว่า สภาฯ ได้นำเสนอความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์  ในการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีทันสมัย การถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์จีโนมิกส์ให้แก่นักเทคนิคการแพทย์ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในการบริการสุขภาพประชาชน ตามนโยบาย Thailand/MOPH 4.0 และได้นำเสนอเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาเทคนิคการแพทย์ เช่นกัน และสภาคณบดีโดยคณะเทคนิคการแพทย์ มข. คณะเทคนิคการแพทย์ มช. และ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ ได้ร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สมาคมเทคนิคการแพทย์ ในพระอุปถัมภ์ฯ และสภาเทคนิคการแพทย์ จัดทำหลักสูตรเฉพาะทาง 16 หน่วยกิต Precision Medicine ซึ่งจะดำเนินการได้ในปี 2563  นอกจากนี้ สภาฯ ยังได้เสนอแนะให้สถาบันผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ เพิ่มรายวิชา Precision Medicine และ In vitro Fertilization ในหลักสูตรปริญญาตรีเทคนิคการแพทย์  เพื่อขยายตลาดแรงงานอีกด้วย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here