เทคนิคการแพทย์ : นักรบชุดขาวในสมรภูมิโควิด “ต้องชนะ” ภารกิจเพื่อชาติ

0
667

สถานการณ์ที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อ Covid-19 ที่จังหวัดสมุทรสาครในคราวเดียวกันมากกว่า 500 คนเมื่อ 2-3 วันก่อน และยังตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในวันต่อๆ มา จนตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมของจังหวัดสมุทรสาครทะยานเกินหลักพันคนไปแล้วในเวลารวดเร็ว ขณะเดียวกันในจังหวัดอื่นๆ ก็เริ่มมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อในหลายจังหวัดเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศมาหลายเดือนแล้ว ได้สร้างความหวั่นวิตกให้กับผู้คนทั้งประเทศ

ทันที ที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อในจังหวัดสมุทรสาคร สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ ภายใต้การนำของท่านนายกสมาคมฯ ดร.ทนพญ. สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท ได้จัดส่ง นักเทคนิคการแพทย์อาสา หรือที่รู้จักกันในนาม “นักรบชุดขาว หรือ MT hero” ลงเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูก (nasopharyxgeal swab,NPS) ในพื้นที่ตามแผนงานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ เช่น จังหวัดสมุทรสาคร,  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.), สถานที่ State quarantine (SQ) , โรงเรียนจิตอาสา 904 ราบ 11 และอื่นๆ อีกหลายแห่ง แล้วนำส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อในเชิงรุกอย่างรวดเร็ว  อันจะนำไปสู่การควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างทันท่วงที และควบคุมผู้ติดเชื้อให้อยู่ในวงจำกัดไม่แพร่กระจายไปยังแหล่งอื่นๆ ซึ่งจะยากต่อการควบคุมในภายหลัง

ก่อนหน้านี้ นับแต่มีการระบาดของ Covid-19 เกิดขึ้นในประเทศไทย “นักรบชุดขาว หรือ MT hero” ของสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักเทคนิคการแพทย์ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนมาแล้ว โดยออกปฏิบัติการในยุทธการรบกับเชื้อโรคอันตรายขั้นสูงที่มีการติดต่อง่ายและระบาดอย่างกว้างขวาง อย่างเต็มอัตราศึก ร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับทุกวิชาชีพ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อให้อยู่ในวงจำกัดให้ได้  ทั้งแนวหน้าที่ออกปฏิบัติงานเก็บตัวอย่าง NPS) และแนวหลังที่ทำงานตรวจวิเคราะห์อยู่ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้ตัดสินว่าประเทศเรามีผู้ติดเชื้อเท่าไร  โดยการทำการทดสอบด้วยวิธี RT-PCR ที่ยุ่งยากซับซ้อน นักเทคนิคการแพทย์ทั้งสองส่วนได้จับมือประสานกันในการทำงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับ จนสถานการณ์ในครั้งนั้นคลี่คลายลงระยะหนึ่ง

เมื่อ Covid-19 หวนกลับมาอีกรอบ และทำท่าจะขยายวงกว้างมากขึ้น“นักรบชุดขาว หรือ MT hero” จึงต้องกรีฑาทัพเข้าสู่สมรภูมิรบอีกครั้ง เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อ และระงับยับยั้งไม่ให้มีการแพร่กระจายออกไปในวงกว้าง ถือเป็นภารกิจเพื่อชาติที่ “ต้องชนะ” เท่านั้น

“วันนี้ นักเทคนิคการแพทย์ทุกคนพร้อมปฏิบัติงานเพื่อประเทศชาติอย่างสุดกำลังความสามารถ ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีตามปณิธานแห่งวิชาชีพ แม้ว่าจะเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายสูงเพราะต้องสัมผัสกับเชื้อโดยตรง แต่เราก็จะใช้ศักยภาพและองค์ความรู้ของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ที่มีอย่างเต็มที่ ในการนำพาประเทศให้พ้นวิกฤติครั้งนี้ให้ได้ เราจะก้าวไปด้วยกันเพื่อชาติของเรา” นายกสมาคมฯบอก และว่า ในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ โอกาสที่หนึ่งคือ การเปิดโลกทัศน์ของนักเทคนิคการแพทย์ที่ทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยน เรียนรู้ การทำงานกับวิชาชีพอื่นๆ เพื่อช่วยกันพาชาติให้พ้นภัย โอกาสที่สอง ได้มีโอกาสร่วมทีม เรียนรู้การสอบสวนโรคที่หนองแขม ซึ่งนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการได้เป็นอย่างดี โอกาสที่สาม คือ วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ได้รับเกียรติให้เป็นครู ก. ในการสร้างทีมเก็บตัวอย่าง และให้การฝึกฝนทีมเก็บตัวอย่างให้กับภาครัฐ โดยการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มีมือทำงานเก็บตัวอย่างให้ครอบคลุมทั้งประเทศ

“สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ ภาคภูมิใจที่วิชาชีพเทคนิคการแพทย์มีส่วนร่วมในปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติครั้งนี้ และขอขอบคุณนักเทคนิคการแพทย์ทุกท่านที่เสียสละกำลังกาย กำลังสมอง ให้กับงานในหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสมาคมฯขอส่งกำลังใจให้ เหล่านักรบเสื้อขาว MT hero ของเราให้ปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้ประชาชนรู้จักเราอย่างกว้างขวาง และแสดงศักยภาพของวิชาชีพให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยการทำงานเพื่อชาติ ตามปณิธานแห่งวิชาชีพเทคนิคการแพทย์” นายกสมาคมฯ กล่าวในที่สุด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here